Black Ribbon Top Right

 

ประวัติสำนักงานพระธรรมนูญทหารอากาศ

สำนักงานพระธรรมนูญทหารอากาศมีวิวัฒนาการควบคู่มากับการจัดกำลังกองทัพอากาศ จากงานกฎหมายในกิจการบินยุคแรก สู่หน่วยงานด้านกฎหมายทหารอากาศที่มีภารกิจครอบคลุม ด้านคดี วินัย สัญญา กฎหมาย กฎการใช้กำลัง และการสงเคราะห์ทางกฎหมาย

พ.ศ. 2456–2479

ยุคกิจการบินขึ้นกับกองทัพบก

ในระยะเริ่มแรก กิจการบินยังอยู่ในความรับผิดชอบของกองทัพบก งานพระธรรมนูญจึงอยู่ในความรับผิดชอบของส่วนกลางกองทัพบก ยังไม่มีการกำหนดตัวเจ้าหน้าที่ด้านพระธรรมนูญสำหรับกิจการบินโดยเฉพาะ

ยุคเริ่มต้น
พ.ศ. 2475

เริ่มมีนายทหารพระธรรมนูญ กองทัพอากาศ

กระทรวงกลาโหมออกข้อบังคับทหาร ว่าด้วยการจัดระเบียบและกำหนดหน้าที่ กำหนดให้กรมอากาศยานมีหน้าที่เกี่ยวกับกิจการกฎหมาย โดยเฉพาะการรักษาการตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเดินอากาศ

  • งานกฎหมายอยู่ในแผนกการคดีและบัญชีพล
  • เจ้าหน้าที่กฎหมายคนแรกคือ นายก้าน นิติสาขา
  • ต่อมามีราชบุรุษโชติ ชวนะลิขิกร หรือ รัตนกุล ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าแผนก
กฎหมายการบิน
พ.ศ. 2478–2487

จากกรมอากาศยานสู่กองทัพอากาศ

พ.ศ. 2478 กรมอากาศยานเปลี่ยนชื่อเป็นกรมทหารอากาศ และ พ.ศ. 2480 เปลี่ยนชื่อเป็นกองทัพอากาศ โดยยังคงมีแผนกการคดีและบัญชีพลเป็นหน่วยงานรับผิดชอบงานคดีและกฎหมาย

  • พ.ศ. 2484 ร้อยโท เกียรติ มังคละพฤกษ์ มาปฏิบัติราชการในกองทัพอากาศ
  • พ.ศ. 2487 แผนกการคดีและบัญชีพลแยกเป็นแผนกการคดี และแผนกทะเบียนพล
  • แผนกทะเบียนพลต่อมาวิวัฒนาการเป็นกรมกำลังพลทหารอากาศ
วางรากฐานงานคดี
พ.ศ. 2491–2493

กองการคดีสู่ฝ่ายพระธรรมนูญ

พ.ศ. 2491 กองบังคับการกองทัพอากาศเปลี่ยนชื่อเป็นแผนกกลาง กรมเสนาธิการทหารอากาศ และแผนกการคดีเปลี่ยนเป็นกองการคดี ต่อมา พ.ศ. 2493 เปลี่ยนชื่อเป็นฝ่ายพระธรรมนูญ กองทัพอากาศ

  • นาวาอากาศโท เกียรติ มังคละพฤกษ์ เป็นหัวหน้านายทหารพระธรรมนูญ กองทัพอากาศ
  • ตำแหน่งอัยการกองทัพอากาศเดิมถูกยกเลิก
  • เป็นการปรับปรุงงานกฎหมายทหารให้เป็นมาตรฐานทั้งสามกองทัพ
ยกระดับมาตรฐาน
พ.ศ. 2495

กองพระธรรมนูญ กรมสารบรรณทหารอากาศ

แผนกกลาง กรมเสนาธิการทหารอากาศ ได้รับการยกฐานะเป็นกรมสารบรรณทหารอากาศ และฝ่ายพระธรรมนูญได้รับการปรับอัตราเป็นกองพระธรรมนูญ กรมสารบรรณทหารอากาศ

  • แผนกสอบสวน
  • แผนกสัญญา
  • แผนกวิทยาการ

ในระยะแรกยังไม่มีตำแหน่งหัวหน้ากองโดยตรง จึงให้นายทหารอาวุโสปฏิบัติหน้าที่แทน โดยมีนาวาอากาศตรี แสวง สุนทรสาร เป็นนายทหารพระธรรมนูญอาวุโสสูงสุดในขณะนั้น

ก่อตั้งกองพระธรรมนูญ
พ.ศ. 2506–2529

ยุคขยายส่วนราชการและภารกิจ

กองพระธรรมนูญได้รับการแก้ไขอัตราและขยายส่วนราชการหลายครั้ง เพื่อรองรับงานด้านคดี วินัย สัญญา วิทยาการ และงานสนับสนุนทางธุรการ

  • พ.ศ. 2506 เพิ่มหมวดสารบรรณ และโรงเรียนเหล่าทหารพระธรรมนูญทหารอากาศ
  • พ.ศ. 2513 เปลี่ยนหัวหน้ากองพระธรรมนูญเป็นผู้อำนวยการกองพระธรรมนูญ
  • พ.ศ. 2520 เพิ่มแผนกคดีแพ่ง และเปลี่ยนแผนกสอบสวนเป็นแผนกคดีอาญาและวินัย
  • พ.ศ. 2521 เพิ่มตำแหน่งนายทหารพระธรรมนูญอาวุโส
  • พ.ศ. 2529 ปรับหมวดสารบรรณเป็นฝ่ายสารบรรณ และเพิ่มตำแหน่งนายทหารพระธรรมนูญอาวุโสรวม 4 ตำแหน่ง
ขยายโครงสร้าง
พ.ศ. 2537–2539

กำหนดหน้าที่ชัดเจนของกองพระธรรมนูญ

กองพระธรรมนูญมีหน้าที่ดำเนินการเกี่ยวกับการสืบสวนและสอบสวนคดีตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา เป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ร่างและตรวจร่างสัญญาของกองทัพอากาศ รวมถึงควบคุมตรวจตรากิจการในสายวิทยาการเหล่าทหารพระธรรมนูญ

  • ฝ่ายสารบรรณ ดูแลงานธุรการ กำลังพล เอกสาร และระเบียบแบบธรรมเนียม
  • แผนกวิทยาการ ตรวจพิจารณา ตีความ และเสนอความเห็นด้านกฎหมาย
  • แผนกคดีอาญาและวินัย ดำเนินงานคดีอาญา วินัย และเรื่องร้องทุกข์
  • แผนกสัญญา ร่าง ตรวจร่าง และเก็บรักษาสัญญาคู่ฉบับ
  • แผนกคดีแพ่ง ดำเนินงานด้านคดีแพ่งและสำนวนทางแพ่ง
ภารกิจครบวงจร
พ.ศ. 2539

ปรับอัตรากองพระธรรมนูญใหม่

กองทัพอากาศปรับอัตรากรมสารบรรณทหารอากาศใหม่ โดยกองพระธรรมนูญมีหน้าที่ตรวจพิจารณา เสนอความเห็นทางกฎหมาย ทางปกครอง และทางวินัย การสอบสวนคดี การร่างสัญญา และการดำเนินคดีของกองทัพอากาศ

  • ฝ่ายสารบรรณ
  • แผนกวิทยาการ
  • กองนิติกรรมสัญญา
  • แผนกคดีอาญาและวินัย
  • แผนกคดีแพ่ง
ปรับระบบงานกฎหมาย
พ.ศ. 2552

จัดตั้งสำนักงานพระธรรมนูญทหารอากาศ

นับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เนื่องจากสังคมและระบบกฎหมายมีความซับซ้อนมากขึ้น กองทัพอากาศจึงปรับโครงสร้างใหม่ตามแนวทางปฏิรูประบบราชการ โดยยุบกองพระธรรมนูญ กรมสารบรรณทหารอากาศ และจัดตั้งสำนักงานพระธรรมนูญทหารอากาศขึ้นตรงต่อกองทัพอากาศ

  • ยกเลิกอัตราเฉพาะกิจเดิมของกรมสารบรรณทหารอากาศ
  • ใช้อัตราเฉพาะกิจหมายเลข 1141 สำนักงานพระธรรมนูญทหารอากาศ
  • เป็นจุดเปลี่ยนจากระดับกองสู่สำนักงานขึ้นตรงต่อกองทัพอากาศ
จัดตั้งสำนักงาน
พ.ศ. 2553–ปัจจุบัน

สำนักงานพระธรรมนูญทหารอากาศยุคปัจจุบัน

สำนักงานพระธรรมนูญทหารอากาศมีหน้าที่พิจารณา เสนอความเห็น อำนวยการ ควบคุม กำกับการ พัฒนา ให้คำปรึกษา และดำเนินการเกี่ยวกับกิจการพระธรรมนูญ กฎหมาย ระเบียบ ธรรมเนียม วินัย ความตกลงระหว่างประเทศ กฎการใช้กำลัง การปกครอง นิติกรรม สัญญา คดีความ และการสงเคราะห์ทางกฎหมาย

  • แผนกธุรการ รับผิดชอบงานธุรการ สารบรรณ พัสดุ และสถานที่
  • กองคดี รับผิดชอบงานสอบสวน คดีอาญา วินัย คดีแพ่ง คดีปกครอง และความรับผิดทางละเมิด
  • กองกฤษฎีกา รับผิดชอบงานกฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง แบบธรรมเนียมทหาร วิทยาการ และสงเคราะห์ทางกฎหมาย
  • กองนิติธรรม รับผิดชอบนิติกรรม สัญญา ความตกลงร่วมทั้งในและต่างประเทศ
ภารกิจยุคใหม่

ประวัติสำนักงานพระธรรมนูญทหารอากาศ

            สำนักงานพระธรรมนูญทหารอากาศ ได้วิวัฒนาการมาเป็นลำดับตามการจัดกําลังกองทัพอากาศ กล่าวคือ ในระยะเริ่มแรกที่กิจการบินขึ้นอยู่กับกองทัพบก (พ.ศ.๒๔๕๖ ถึง พ.ศ.๒๔๗๙) กิจการพระธรรมนูญ อยู่ในความรับผิดชอบของ ส่วนกลางกองทัพบก ไม่มีการกําหนดตัวเจ้าหน้าที่ขึ้นไว้โดยเฉพาะ สำหรับประวัติ สำนักงานพระธรรมนูญทหารอากาศ แบ่งเป็น ๔ ยุค ดังนี้

            ๑. ยุคก่อนที่จะได้รับการปรับอัตราเป็น กองพระธรรมนูญ ฯ โดยประวัติ นายทหารพระธรรมนูญ กองทัพอากาศ มีขึ้นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๗๕

คือ หลังจากที่กระทรวงกลาโหม มีข้อบังคับทหาร ที่ ๘/๙๕๔๙ /๒๔๗๕ ว่าด้วยการจัดระเบียบการและกําหนดหน้าที่กระทรวงกลาโหม กําหนดให้ กรมอากาศยาน ในขณะนั้น มีหน้าที่เกี่ยวกับกิจการกฎหมาย คือ การรักษาการตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเดินอากาศ ต่อมาหน้าที่นี้ ตกเป็นหน้าที่ของ แผนกการคดีและบัญชีพล กองบังคับการ กรมอากาศยาน โดยเจ้าหน้าที่ประจำแผนกการคดี และบัญชีพล ฯ คนแรกคือ นายก้าน นิติสาขา เจ้าหน้าที่ทางกฎหมาย คนถัดมาคือ ราชบุรุษโชติ ชวนะลิขิกร (รัตนกุล) ปฏิบัติหน้าที่ หัวหน้าการคดีและบัญชีพล ฯ ตามคําสั่งกรมอากาศยาน ที่ ๕๘๔๙/๒๔๗๖ ลง ๑ ก.ย.๗๖

                        ๑.๑ พ.ศ.๒๔๗๘ กรมอากาศยาน เปลี่ยนชื่อเป็น กรมทหารอากาศ และ พ.ศ.๒๔๘๐ เปลี่ยนชื่อเป็น กองทัพอากาศ แต่ยังคงมี แผนกการคดีและบัญชีพล กองบังคับการ กองทัพอากาศ มี ราชบุรุษโชติ รัตนกุล เป็น หัวหน้าแผนกการคดีและบัญชีพล ฯ

                        ๑.๒ พ.ศ.๒๔๘๔ กระทรวงกลาโหม มีคําสั่งทหาร ที่ ๖/๔๖๖ ลง 5 ม.ค.๕๔ ย้าย นายร้อยโท เกียรติ มังคละพฤกษ์ อัยการศาลจังหวัดทหารบกสงขลา มาสำรองราชการ กองบังคับการ กองทัพอากาศ และเป็น อัยการกองทัพอากาศ อีกตำแหน่งหนึ่ง

                        ๑.๓ พ.ศ. ๒๔๘๗ แผนกการคดีและบัญชีพล ฯ ได้แยกเป็น แผนกการคดี ฯ มี นายเรืออากาศเอก เกียรติ มังคละพฤกษ์ อัยการกองทัพอากาศ เป็น หัวหน้าแผนก ฯ และแผนกทะเบียนพล ฯ มี นายเรืออากาศเอก โชติ รัตนกุล เป็น หัวหน้าแผนก ฯ (แผนกทะเบียนพล ฯ ต่อมาได้วิวัฒนาการเป็น กรมกําลังพลทหารอากาศ) 

                        ๑.๔ พ.ศ. ๒๔๙๑ กองบังคับการ กองทัพอากาศ ได้เปลี่ยนชื่อเป็น แผนกกลาง กรมเสนาธิการทหารอากาศ และ แผนกการคดี ๆ เปลี่ยนชื่อเป็น กองการคดี แผนกกลาง กรมเสนาธิการทหารอากาศ มี นายนาวาอากาศโท เกียรติ มังคละพฤกษ์ เป็น อัยการกองทัพอากาศ และรักษาราชการ แม่กองการคดี แผนกกลาง กรมเสนาธิการทหารอากาศ อีกตำแหน่งหนึ่ง ตามคําสั่งกองทัพอากาศ ที่ ๓๔๙๑/๑๘๑๕๔ลง ๓๑ ธ.ค.๙๑

                        ๑.๕ พ.ศ.๒๔๙๓ มีคําสั่งกระทรวงกลาโหม ที่ ๑๖๒/๑๓๕๖๔ ลง ๒๙ ส.ค.๙๓ ให้เปลี่ยนชื่อ กองการคดี ฯ เป็น ฝ่ายพระธรรมนูญ กองทัพอากาศ และแต่งตั้งให้ นายนาวาอากาศโท เกียรติ มังคละพฤกษ์ เป็น หัวหน้านายทหารพระธรรมนูญ กองทัพอากาศ ส่วนตำแหน่งอัยการกองทัพอากาศ ซึ่งมีอยู่เดิมนั้น ถูกยกเลิกไป การปรับปรุงในครั้งนี้ได้เปลี่ยนแปลงงานด้านกฎหมายทหารให้เป็นมาตรฐานทั้งสามกองทัพ สำหรับ นายนาวาอากาศโท เกียรติ มังคละพฤกษ์ ได้รับราชการในตำแหน่ง หัวหน้านายทหารพระธรรมนูญ ตลอดมาจนถึงปี พ.ศ.๒๔๙๕ จึงพ้นจากตำแหน่ง ตามคําสั่งกระทรวงกลาโหม ที่ ๑๐๓/๑๓๐๔๗ ลง ๔ ก.ค.๙ห๕

            ๒. ยุคที่ได้รับการปรับอัตราเป็น กองพระธรรมนูญ กรมสารบรรณทหารอากาศ คือ พ.ศ. ๒๔๙๕ แผนกกลาง กรมเสนาธิการทหารอากาศ ถูกยกฐานะเป็น กรมสารบรรณทหารอากาศ และ ฝ่ายพระธรรมนูญ เป็น กองพระธรรมนูญ กรมสารบรรณทหารอากาศ แบ่งส่วนราชการเป็น ๓ แผนก คือ

                        ๒.๑ แผนกสอบสวน

                        ๒.๒ แผนกสัญญา

                        ๒.๓ แผนกวิทยาการ

            กองพระธรรมนูญ ฯ ในระยะแรก ๆ ยังมิได้จัดตั้ง หัวหน้ากองพระธรรมนูญขึ้น คงมีนายทหารอาวุโส ทําการแทนโดยอัตโนมัติ นายทหารพระธรรมนูญอาวุโสสูงสุด ในกองพระธรรมนูญในขณะนั้น ได้แก่ นาวาอากาศตรี แสวง สุนทรสาร โดย นาวาอากาศตรี แสวง สุนทรสาร ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น ผู้ช่วยหัวหน้ากองพระธรรมนูญ, รองหัวหน้ากองพระธรรมนูญ และหัวหน้ากองพระธรรมนูญ ตามลำดับ ทั้งได้ดำรงยศ นาวาอากาศโท และ นาวาอากาศเอก ตามลำดับ

            ๓. ยุค กองพระธรรมนูญ กรมสารบรรณทหารอากาศ ได้รับการแก้ไขอัตรามาตามลำดับดังนี้

                        ๓.๑ พ.ศ.๒๕๐๖ แบ่งส่วนราชการดังนี้

                                    ๓.๑.๑ หมวดสารบรรณ

                                    ๓.๑.๒ แผนกสอบสวน

                                    ๓.๑.๓ แผนกวิทยาการ

                                    ๓.๑.๔ แผนกสัญญา

                                    ๓.๑.๕ โรงเรียนเหล่าทหารพระธรรมนูญทหารอากาศ

                        ๓.๒ พ.ศ.๒๕๑๓ หัวหน้ากองพระธรรมนูญ (อัตรา น.อ.) แก้ไขเป็น ผู้อำนวยการกองพระธรรมนูญ (อัตรา น.อ.พิเศษ)

                        ๓.๓ พ.ศ.๒๕๒๐ เพิ่มแผนกคดีแพ่ง ขึ้นอีกแผนกหนึ่ง และเปลี่ยนชื่อ แผนกสอบสวน เป็น แผนก คดีอาญาและวินัย ส่วนโรงเรียนเหล่าทหารพระธรรมนูญทหารอากาศ ได้ยกเลิกไป คงมีส่วนราชการดังนี้

                                    ๓.๓.๑ หมวดสารบรรณ

                                    ๓.๓.๒ แผนกคดีอาญาและวินัย

                                    ๓.๓.๓ แผนกวิทยาการ

                                    ๓.๓.๔ แผนกสัญญา

                                    ๓.๓.๕ แผนกคดีแพ่ง

                        ๓.๔ พ.ศ. ๒๕๒๑ เพิ่มตำแหน่ง นายทหารพระธรรมนูญอาวุโส (อัตรา น.อ.) อีกตำแหน่งหนึ่ง 

                          ๓.๕ พ.ศ.๒๕๒๙ แก้ไขอัตรา หมวดสารบรรณ เป็น ฝ่ายสารบรรณ, นายทหารพระธรรมนูญอาวุโส ๑ ตำแหน่ง ได้เพิ่มอีก ๓ ตำแหน่ง รวม ๔ ตำแหน่ง เรียกชื่อว่า นายทหารพระธรรมนูญอาวุโส ฝ่ายวิทยาการ, นายทหารพระธรรมนูญอาวุโส ฝ่ายคดีอาญาและวินัย, นายทหารพรธรรมนูญอาวุโส ฝ่ายสัญญา และ นายทหารพระธรรมนูญอาวุโส ฝ่ายคดีแพ่ง

            ต่อมา ได้มีคําสั่งกรมสารบรรณทหารอากาศ (เฉพาะ) ที่ ๑/๓๗ ลง ๑๙ ก.ย.๓๗ เรื่อง กําหนด หน้าที่ของส่วนราชการและเจ้าหน้าที่ โดยอาศัยคําสั่งกองทัพอากาศ (เฉพาะ) ลับ ที่ ๑๘๔/๒๙ ลง ๑๓ พ.ค.๒๙, ที่ ๓๘๐/๓๑ ลง ๘ พ.ย.๓๑ และที่ ๓๘๑/๓๑ ลง ๘ พ.ย.๒๑ เรื่อง แก้อัตรากองทัพอากาศ พ.ศ.๒๕๐๖ ครั้งที่ ๔๕๔, ๕๑๔, ๕๑๕ เฉพาะอัตราเฉพาะกิจ หมายเลข ๑๒๐๑ กรมสารบรรณทหารอากาศ ตอนที่ ๔ คําชี้แจงดังนี้ 

            “กรมสารบรรณทหารอากาศ แบ่งส่วนราชการออกเป็น……………..

            ๔. กองพระธรรมนูญ มีหน้าที่ ดำเนินการเกี่ยวกับ การสืบสวนและสอบสวนคดีตามคําสั่ง ผู้บังคับบัญชา เป็นที่ปรึกษาของผู้บังคับบัญชาในด้านกฎหมาย การร่างและตรวจร่างสัญญาของกองทัพอากาศ

ตลอดจนการควบคุมตรวจตรากิจการในสายวิทยาการเหล่าทหารพระธรรมนูญในสังกัดกองทัพอากาศ มีผู้อำนวยการกองพระธรรมนูญ เป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ กองพระธรรมนูญ แบ่งส่วนราชการออกเป็น

                        ๔.๑ ฝ่ายสารบรรณ มีหน้าที่ ดำเนินการเกี่ยวกับการสารบรรณ กําลังพล ธุรการ ร่างโต้ตอบ เก็บรักษาเอกสารหลักฐาน ข้อบังคับ และระเบียบแบบธรรมเนียมต่าง ๆ ตามระเบียบงานสารบรรณ โดยมีหัวหน้าฝ่ายสารบรรณ เป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ

                        ๔.๒ แผนกวิทยาการ มีหน้าที่ ตรวจพิจารณา ตีความ และเสนอความเห็นด้านกฎหมาย และแบบธรรมเนียมของทหาร ร่างกฎหมาย ข้อบังคับ และระเบียบต่าง ๆ ตามคําสั่งของผู้บังคับบัญชา และดำเนินการเกี่ยวกับวิทยาการ เหล่าทหารพระธรรมนูญของกองทัพอากาศ มีหัวหน้าแผนกวิทยาการ เป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ

                        ๔.๓ แผนกคดีอาญาและวินัย มีหน้าที่สืบสวน ตรวจพิจารณาสำนวน เสนอแนะความเห็น และดำเนินการเกี่ยวกับคดีอาญาที่อยู่ในอำนาจศาลทหารและความผิดทางวินัย ตลอดจนเรื่องราวร้องทุกข์ต่าง ๆ ตามคําสั่งของผู้บังคับบัญชา จัดเจ้าหน้าที่ไปร่วมฟังการสอบสวนคดีอาญากับพนักงานสอบสวน หรือเป็นทนาย ในศาลทหารตามที่ได้รับมอบหมาย เสนอความเห็นและดำเนินการเกี่ยวกับการอุทธรณ์ฎีกาในศาลทหาร มีหัวหน้าแผนกคดีอาญาและวินัย เป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ

                        ๔.๔ แผนกสัญญา มีหน้าที่ ร่างและตรวจร่างสัญญาและนิติกรรมของกองทัพอากาศ เสนอ ความเห็นเกี่ยวกับการปฏิบัติตามสัญญาและนิติกรรม ให้เป็นไปตามแบบธรรมเนียมของทางราชการ เก็บรักษาสัญญาคู่ฉบับของกองทัพอากาศ มีหัวหน้าแผนกสัญญา เป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ

                        ๔.๕ แผนกคดีแพ่ง มีหน้าที่ ตรวจ พิจารณา เสนอความเห็นและดำเนินการเกี่ยวกับเรื่อง ทางแพ่ง รวบรวมพยานหลักฐานเกี่ยวกับคดีแพ่ง และเก็บรักษาสำนวนเรื่องราวทางแพ่งของกองทัพอากาศ มีหัวหน้าแผนกคดีแพ่ง เป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ……….”

            ต่อมา กองทัพอากาศได้ออกคําสั่งกองทัพอากาศ (เฉพาะ) ที่ ๑๗๑/๓๙ ลง ๑๖ ก.ค.๓๙ เรื่อง แก้อัตรากองทัพอากาศ เพื่อปฏิบัติตามคําสั่งกระทรวงกลาโหม (เฉพาะ) ลับ ที่ ๑๐๒/๓๙ ลง ๑๐ ก.ค.๓๙ ให้ยกเลิกอัตราเฉพาะกิจ หมายเลข ๑๒๐๑ กรมสารบรรณทหารอากาศ และให้ใช้อัตราเฉพาะกิจ หมายเลข ๑๒๐๑ ใหม่ ดังนี้

            “กรมสารบรรณทหารอากาศ แบ่งส่วนราชการออกเป็น

            ๔.๓ กองพระธรรมนูญ มีหน้าที่ ดำเนินการเกี่ยวกับ ตรวจพิจารณา เสนอความเห็น ทางกฎหมาย ทางปกครอง และทางวินัย ตามที่ผู้บังคับบัญชามอบหมาย การสืบสวนสอบสวนทางคดีตามคําสั่ง ผู้บังคับบัญชา การร่างและตรวจร่างสัญญา การดำเนินการทางคดีอาญา คดีแพ่ง และคดีล้มละลายของ กองทัพอากาศ ตลอดจนกําหนดแนวทาง ควบคุม และประเมินผลเกี่ยวกับการฝึกศึกษา และการตรวจตรา กิจการในวิทยาการเหล่าพระธรรมนูญในสังกัดกองทัพอากาศ มีผู้อำนวยการกองพระธรรมนูญ เป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ

            กองพระธรรมนูญ แบ่งส่วนราชการออกเป็น

                        ๔.๓.๑ ฝ่ายสารบรรณ

                        ๔.๓.๒ แผนกวิทยาการ

                        ๔.๓.๓ กองนิติกรรมสัญญา

                        ๔.๓.๔ แผนกคดีอาญาและวินัย

                        ๔.๓.๕ แผนกคดีแพ่ง…”

            กองพระธรรมนูญ กรมสารบรรณทหารอากาศ มีผู้บังคับบัญชาตั้งแต่อดีต ดังนี้ 

                        ๑. น.ท.เกียรติ มังคละพฤกษ์ ในยุคแรก (ตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๙๓)

                        ๒. น.อ.แสวง สุนทรสาร ตั้งแต่ ๒๒ ธ.ค.๕๙ ถึง ๒๓ ก.ค.๐๖

                        ๓. น.อ.สอาด อนุกูลยุทธธน ตั้งแต่ ๒๔ ก.ค.๐๖ ถึง ๗ ส.ค.๑๗ 

                        ๔. น.อ.เชย ยังเหลือ ตั้งแต่ ๘ ส.ค.๑๗ ถึง ๓๐ ก.ย.๒๑

                        ๕. น.อ.อิสระ วิศววงศ์ ตั้งแต่ ๑ ต.ค.๒๑ ถึง ๓๐ ก.ย.๒๔

                        ๖. น.อ.บุญเลี้ยง ฉายากุล ตั้งแต่ ๑ ต.ค.๒๔ ถึง ๓๐ ก.ย.๒๗ 

                        ๗. น.อ.สุทิน กัมพลานนท์ ตั้งแต่ ๑ ต.ค.๒๗ ถึง ๓๐ ก.ย.๓๐ 

                        ๘. น.อ.ปรีชา แก้วนิมิตร ตั้งแต่ ๑ ต.ค.๓๐ ถึง ๓๑ มี.ค.๓๒

                        ๙. น.อ.ผ่อง สีตะปะดล ตั้งแต่ ๑ เม.ย.๓๒ ถึง ๓๑ มี.ค.๓๔ 

                        ๑๐. น.อ.สนอง อ่อนเจริญ ตั้งแต่ ๑ เม.ย.๓๔ ถึง ๓๑ มี.ค.๓๖ 

                        ๑๑. น.อ.หวล วัฒนถาวร ตั้งแต่ ๑ เม.ย.๓๖ ถึง ๓๐ ก.ย.๓๘

                        ๑๒. น.อ.ประยูร เจริญสุข ตั้งแต่ ๑ ต.ค.๓๘ ถึง ๓๐ ก.ย.๔๐ 

                        ๑๓. น.อ.ประหยัด สิทธิทูล ตั้งแต่ ๑ ต.ค.๔๐ ถึง ๓๐ ก.ย.๔๑ 

                        ๑๔. น.อ.ประเสริฐ ถังมณี ตั้งแต่ ๑ ต.ค.๔๑ ถึง ๓๐ ก.ย.๕๕ 

                        ๑๕. น.อ.ยงยุทธ สุนทรประทม ตั้งแต่ ๑ ต.ค.๕๕ ถึง ๓๐ ก.ย.๕๗ 

                        ๑๖. น.อ.คเชนท์ โสมะนันทน์ ตั้งแต่ ๑ ต.ค.๕๗ ถึง ๓๐ ก.ย.๕๑ 

                        ๑๗. น.อ.ทนงศักดิ์ สุทธิสารากร ตั้งแต่ ๑ ต.ค.๕๑ ถึง ๓๑ มี.ค.๕๒

            ๔. ยุคปัจจุบันที่ได้รับการปรับอัตราเป็น สำนักงานพระธรรมนูญทหารอากาศ ในปี พ.ศ. ๒๕๕๒ นับเป็นปีที่มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ สืบเนื่องจากสภาพของสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป รวมทั้ง ระบบกฎหมายได้ขยายขอบเขตมากขึ้นและเพื่อให้สอดคล้องตามนโยบายปฏิรูประบบราชการในด้านโครงสร้าง องค์กร กองทัพอากาศจึงได้ปรับโครงสร้างใหม่ มีผลให้ยุบ กองพระธรรมนูญ กรมสารบรรณทหารอากาศ และ จัดตั้ง สำนักงานพระธรรมนูญทหารอากาศ ขึ้นตรงต่อกองทัพอากาศ ตามคําสั่งกองทัพอากาศ (เฉพาะ) ลับ ที่ ๔๐/๕๒ ลง ๑ เม.ย.๕๒ เรื่อง แก้อัตรากองทัพอากาศ โดยให้ยกเลิกอัตรากองทัพอากาศ พ.ศ. ๒๕๓๙ อัตราเฉพาะกิจ หมายเลข ๑๒๐๑ กรมสารบรรณทหารอากาศ เดิมทั้งสิ้น และให้ใช้อัตรากองทัพอากาศ พ.ศ.๒๕๕๒ ใหม่ อัตราเฉพาะกิจ หมายเลข ๑๑๔๑ สำนักงานพระธรรมนูญทหารอากาศ และในปีถัดมา ได้แก้ไขอัตราของสำนักงานพระธรรมนูญทหารอากาศ ตามคําสั่งกองทัพอากาศ (เฉพาะ) ลับ ที่ ๑๙๕/๕๓ ลง ๒๐ ก.ย.๕๓ เรื่อง แก้อัตรากองทัพอากาศ โดยให้ยกเลิกอัตรากองทัพอากาศ พ.ศ. ๒๕๕๒ อัตราเฉพาะกิจ หมายเลข ๑๑๔๑ สำนักงานพระธรรมนูญทหารอากาศ เดิมทั้งสิ้น และให้ใช้อัตรากองทัพอากาศ พ.ศ.๒๕๕๓ อัตราเฉพาะกิจ หมายเลข ๑๑๔๑ ใหม่ ดังนี้

                        “สำนักงานพระธรรมนูญทหารอากาศ มีหน้าที่ พิจารณา เสนอความเห็น อำนวยการ ควบคุม กํากับการ พัฒนา ให้คําปรึกษา และดำเนินการเกี่ยวกับ กิจการพระธรรมนูญ กฎหมาย ระเบียบ ธรรมเนียม วินัย ความตกลงระหว่างประเทศ กฎการใช้กําลัง การปกครอง นิติกรรม สัญญา คดีความ และการสงเคราะห์ ทางกฎหมาย กับมีหน้าที่ ควบคุม ประเมินผล และตรวจตรากิจการในสายวิทยาการด้านพระธรรมนูญ มีผู้อำนวยการสำนักงานพระธรรมนูญทหารอากาศ เป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ

                         สำนักงานพระธรรมนูญทหารอากาศ แบ่งส่วนราชการ ดังนี้

            *แผนกธุรการ มีหน้าที่ ดำเนินการเกี่ยวกับการธุรการ การสารบรรณ การพัสดุ ตลอดจนดูแล สถานที่และเครื่องมือเครื่องใช้ของสำนักงานพระธรรมนูญทหารอากาศ มีหัวหน้าแผนกธุรการ เป็นผู้บังคับบัญชา

รับผิดชอบ

            * กองคดี มีหน้าที่ พิจารณา เสนอความเห็น อำนวยการ ควบคุม กํากับการ พัฒนา ให้คําปรึกษา และดำเนินการเกี่ยวกับการสืบสวน สอบสวนข้อเท็จจริง ทางวินัย ทางแพ่ง ทางละเมิด ทางปกครอง การสอบสวนคดีอาญาในอำนาจศาลทหาร การระงับข้อพิพาททางอนุญาโตตุลาการ ตลอดจน การดำเนินคดีแพ่ง คดีอาญา คดีปกครอง คดีล้มละลาย การบังคับคดี ให้เป็นไปตามคําพิพากษา คําชี้ขาดข้อพิพาท รวมทั้ง คําสั่งทางปกครอง มีผู้อำนวยการกองคดี เป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ

            กองคดี แบ่งส่วนราชการออกเป็น ๕ แผนก

                        – แผนกสอบสวน

                        – แผนกคดีอาญาและวินัย

                        – แผนกคดีแพ่งและบังคับคดี

                        – แผนกคดีปกครอง

                        – แผนกความรับผิดทางละเมิด

            * กองกฤษฎีกา มีหน้าที่ พิจารณา เสนอความเห็น อำนวยการ ควบคุม กํากับการ พัฒนา ให้คําปรึกษา และดำเนินการเกี่ยวกับกฎหมาย ระเบียบ คําสั่ง แบธรรมเนียมทหาร การสงเคราะห์ทางกฎหมาย การคุ้มครองพยาน กฎการใช้กําลังและการขัดกันด้วยอาวุธ รวมทั้งการวินิจฉัยตีความข้อกฎหมาย ข้อบังคับ ระเบียบ คําสั่ง แบบธรรมเนียมทหาร กับมีหน้าที่จัดความรู้ บริหารการฝึกและศึกษา บริหารกําลังพล และ ตรวจตรากิจการในสายวิทยาการเหล่าทหารพระธรรมนูญ มีผู้อำนวยการกองกฤษฎีกา เป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ

            กองกฤษฎีกา แบ่งส่วนราชการออกเป็น ๓ แผนก 

                        – แผนกกฤษฎีกา

                        – แผนกวิทยาการ

                        – แผนกสงเคราะห์ทางกฎหมาย

            * กองนิติธรรม มีหน้าที่ พิจารณา เสนอความเห็น อำนวยการ ให้คําปรึกษา และดำเนินการ เกี่ยวกับนิติกรรม สัญญา ความตกลงร่วมทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งดำเนินการตรวจร่างสัญญา การตรวจสอบข้อผูกพันตามกฎหมายทั้งภายในและต่างประเทศ ตลอดจนร่างสัญญาตามที่ได้รับมอบหมาย มีผู้อำนวยการกองนิติธรรม เป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ 

            กองนิติธรรม แบ่งส่วนราชการออกเป็น ๓ แผนก

                        – แผนกสัญญาในประเทศ 

                        – แผนกสัญญาต่างประเทศ 

                        – แผนกความตกลงร่วม

            สำนักงานพระธรรมนูญทหารอากาศ มีผู้บังคับบัญชาตั้งแต่จัดตั้งถึงปัจจุบัน ดังนี้ 

                        ๑. น.อ.คเชนท์ โสมะนันทน์ ตั้งแต่ ๑ เม.ย.๕๒ ถึง ๓๐ ก.ย.๕๓ 

                        ๒. พล.อ.ต.คเชนท์ โสมะนันทน์ ตั้งแต่ ๑ ต.ค.๕๓ ถึง ๓๐ ก.ย.๕๙ 

                        ๓. พล.อ.ต.ต่อพล ออเขาย้อย ตั้งแต่ ๑ ต.ค.๕๙ ถึง ๓๐ ก.ย.๖๒ 

                        ๔. พล.อ.ต.ชูชาติ ตะวันเย็น ตั้งแต่ ๑ ต.ค. ๖๒ ถึง ๓๐ ก.ย. ๖๔ 

                        ๕. พล.อ.ต.ชัยวัฒน์ วัชรคีรี ตั้งแต่ ๑ ต.ค.๖๔ ถึง ๓๐ ก.ย. ๖๕ 

                        ๖. พล.อ.ต.สุพตน์ มิตรยอดวงศ์ ตั้งแต่ ๑ ต.ค.๖๕ ถึง ปัจจุบัน

asdasdasdasd