พิมพ์
ฮิต: 210

การยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.๒๕๖๑

โดย น.ต.หญิง สุพิชชา หอมส่งกลิ่น รอง หน.ผกฎ.กฎก.สธน.ทอ.        

 

NIvXkq.jpg

 

กล่าวนำ

          เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกัน และปราบปรามการทุจริต พ.ศ.๒๕๖๑ เนื่องจาก รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย                พุทธศักราช ๒๕๖๐ ได้บัญญัติหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติ ในการจัดให้มีมาตรการหรือแนวทางที่จะทำให้การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของรัฐ มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล เกิดความเที่ยงธรรม รวมถึงมีการกำหนดมาตรการและกลไกที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันและขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบ จึงได้บัญญัติพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.๒๕๖๑ ขึ้นมา เพื่อให้สอดคล้องกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญดังกล่าว โดยบทความกฎหมายนี้มุ่งประสงค์ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐในหน่วยงานกองทัพอากาศปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ในเรื่องการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน

วันที่มีผลใช้บังคับ

พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้บัญญัติให้มีผลใช้บังคับ ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๑ จึงมีผลใช้บังคับ ตั้งแต่วันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๖๑

ความหมายของเจ้าหน้าที่ของรัฐ

            พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้บัญญัติบทนิยามของคำว่า “เจ้าหน้าที่ของรัฐ” หมายความรวมถึง ข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ ผู้ปฎิบัติงานในหน่วยงานของรัฐ และให้หมายความรวมถึงลูกจ้างของส่วนราชการด้วย[1]

                  

ผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน

ข้าราชการกองทัพอากาศที่มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน คือ ๑. เจ้าหน้าที่ของรัฐ และ ๒. ผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง โดยที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๕๐ บัญญัติให้ผู้มีหน้าที่ดังกล่าวต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

๑. เจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แบ่งออกเป็นสองกรณี คือ

   - เจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติประกาศ

กำหนดให้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ[2] และ

- เจ้าหน้าที่ของรัฐตำแหน่งอื่นที่ไม่ได้มีประกาศกำหนดให้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ก็มีหน้าที่เช่นเดียวกัน แต่มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อหัวหน้าส่วนราชการที่ตนสังกัดอยู่[3]แต่ในวาระเริ่มแรก เพื่อไม่ให้เกิดภาระเกินสมควร จะมีการตราพระราชกฤษฎีกากำหนดว่ากฎหมายฉบับนี้จะใช้บังคับกับเจ้าหน้าที่ของรัฐระดับใดก่อน[4]

ซึ่งขณะที่เขียนบทความนี้ ยังไม่มีประกาศของคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติกำหนดว่าตำแหน่งใดมีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ดังนั้น บุคคลใดที่เคยยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติก็ให้มีหน้าที่ยื่นดังเดิมไปก่อน ส่วนผู้ดำรงตำแหน่งอื่นให้รอประกาศ จากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติกำหนดตำแหน่งที่มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน

โดยแนวโน้มสำหรับตำแหน่งในกองทัพอากาศที่น่าจะมีประกาศให้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ได้แก่

          ๑. รองผู้บัญชาการทหารอากาศ

          ๒. ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพอากาศ

          ๓. ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ

          ๔. เสนาธิการทหารอากาศ

          ๕. รองเสนาธิการทหารอากาศ

          ๖. เลขานุการกองทัพอากาศ

          ๗. ปลัดบัญชีทหารอากาศ

          ๘. รองปลัดบัญชีทหารอากาศ

          ๙. ระดับผู้บัญชาการ

          ๑๐. ระดับรองผู้บัญชาการ

๑๑. ระดับเจ้ากรม

          ๑๒. ระดับรองเจ้ากรม

          ๑๓. ระดับผู้อำนวยการสำนัก

          ๑๔. ระดับรองผู้อำนวยการสำนัก

๒. ผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ หมายถึง เจ้าหน้าที่ของรัฐที่ดำรงตำแหน่งหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวง ทบวง กรม หรือส่วนราชการที่มีฐานะเป็นนิติบุคคล ได้แก่ ผู้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารอากาศ[5] ซึ่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้บัญญัติให้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ โดยที่ไม่ต้องมีประกาศของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติกำหนดอีกชั้นหนึ่ง[6]

วิธีการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน

การยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินสามารถกระทำได้ ๒ วิธี คือ

๑.           วิธีกรอกบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามแบบที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

แห่งชาติกำหนด สามารถดาวโหลดได้จาก www.nacc.go.th โดยจะนำไปยื่นเองที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ณ.ห้องรับแบบบัญชีฯ อาคาร 4 ชั้น 1 (ถนนสนามบินน้ำ) หรือ จะส่งไปรษณีย์ตอบรับก็ได้

๒.     วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งวิธีนี้ต้องรอประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม

การทุจริตแห่งชาติกำหนดออกมา

ส่วนเรื่อง หลักเกณฑ์ ระยะเวลา การขยายระยะเวลา วิธีการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอื่น จะเป็นไปตามที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติกำหนด ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีประกาศของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติกำหนดออกมา[7]

โดยผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ต้องแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของตนเอง คู่สมรส โดยหมายความรวมถึง ผู้ซึ่งอยู่กินฉันสามีภริยาโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สินที่อยู่ในประเทศ ต่างประเทศ หรืออยู่ในความครอบครองหรือดูแลของบุคคลอื่นไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม[8]

รายการทรัพย์สินและหนี้สินที่ต้องแสดง

รายการทรัพย์สินที่ต้องแสดงในที่นี้ ได้แก่ เงินสด หมายถึง เงินสดทุกสกุลรวมกันสองแสนบาทขึ้นไป, เงินฝาก หมายถึง เงินฝากในธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินอื่น และรวมถึง สลากออมสิน                  บัตรเงินฝาก, เงินลงทุน, เงินให้กู้ยืม, ที่ดิน, โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง, ยานพาหนะ, สิทธิและสัมปทาน และทรัพย์สินอื่นนอกเหนือจากที่ระบุข้างต้นที่มีมูลค่าของทรัพย์สินทุกชนิดรวมกันตั้งแต่สองแสนบาทขึ้นไป เช่น ทองคำ, อัญมณี, อาวุธปืน เป็นต้น

            รายการหนี้สินที่ต้องแสดงในที่นี้ ได้แก่ เงินเบิกเกินบัญชี, เงินกู้จากธนาคารและสถาบันการเงินอื่นหนี้สินที่มีหลักฐานเป็นหนังสือและไม่มีหลักฐาน และหนี้สินอื่นๆ

            โดยทรัพย์สินและหนี้สินดังกล่าวข้างต้นให้ยื่นพร้อมกับหลักฐานพิสูจน์การมีอยู่จริงของทรัพย์สินและหนี้สิน และหลักฐานการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในรอบปีภาษีที่ผ่านมาด้วย โดยยื่นเมื่อเข้ารับตำแหน่ง, ยื่นทุก ๓ ปี ตลอดเวลาที่ยังดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่ของรัฐ และยื่นเมื่อพ้นจากตำแหน่ง[9]

บทลงโทษ

หากปรากฏว่าผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน จงใจไม่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน หรือจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินหรือหนี้สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงเกี่ยวกับทรัพย์สินและหนี้สิน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติจะเสนอเรื่องต่อศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบเพื่อวินิจฉัย

 


[1] พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.๒๕๖๑ มาตรา ๔

[2] พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.๒๕๖๑ มาตรา ๑๐๒ และมาตรา ๑๐๓

[3] พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.๒๕๖๑ มาตรา ๑๓๐

[4] พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.๒๕๖๑ มาตรา ๒๐๐

[5] พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.๒๕๖๑ มาตรา ๔

[6] พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.๒๕๖๑ มาตรา ๑๐๒ และมาตรา ๑๐๓

[7] พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.๒๕๖๑ มาตรา ๑๐๕

[8] พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.๒๕๖๑ มาตรา ๑๐๒

[9] พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.๒๕๖๑ มาตรา ๑๐๕